ประวัติยานยนต์ไทย

ford assembly
ford assembly line

รถยนต์ (อังกฤษ: car , automobile) หมายถึง ยานพาหนะทาง บกที่ขับเคลื่อนที่ด้วยพลังงานอย่างใดอย่างหนึ่งและถ่ายทอดลงสู่ล้อ เพื่อพาผู้ขับ ผู้โดยสาร หรือสิ่งของ ไปยังจุดหมายปลายทาง ปัจจุบัน รถยนต์โดยส่วนมากได้รับการออกแบบอย่างซับซ้อนในทางวิศวกรรม และหลากหลายประเภท ตามความเหมาะสมของการใช้งาน หรือใช้สำหรับงานเฉพาะกิจ ทั้งนี้เว้นแต่รถไฟ

ย้อนกลับไปเมื่อ 100 ที่แล้ว

รถยนต์คันแรกเข้ามาวิ่งในแผ่นดินสยามถือเป็นสิ่งแปลกใหม่บนท้องถนน คนยุคนั่นคงนึกไม่ถึงว่ามันจะเป็นพาหนะสำคัญ จนเป็นปัจจัยที่ 5 ของผู้คนในยุคปัจจุบัน ธุรกิจรถยนต์ยุคเริ่มต้นมีเพียงรถอิมพอร์ตเจ้าของร้านเป็นฝรั่งต่างชาติไม่กี่ร้านและแต่ละร้านก็สูญสลายไปใน เวลาต่อมาตำนานรถยนต์และธุรกิจรถยนต์ต่างเลือนไปจากความทรงจำของคนรุ่นปัจจุบันเสียสิ้นจากฝรั่งสู่มือคนไทย รถคันแรกในเมืองบางกอก ปี 2406 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดให้ตัดถนนสายแรกในมหานครขึ้นคือถนนเจริญกรุง ตั้งต้นที่กำแพงพระบรมมหาราชวังเลียบฝั่งเจ้าพระยาไปสิ้นสุดที่บางคอแหลมหรือถนนตกในปัจจุบัน ในยุคนั้นมีเพียงรถลากและรถม้าเป็นเจ้าครองถนนสายแรกที่มีความยาว 6.5 กม.และในช่วง 30 ปีต่อมาก็มีการตัดถนนเพิ่มเพียงไม่กี่สาย ในปี 2435 ในยุคของรัชกาลที่ 5 ถนนในเมืองบางกอกรวมกันแล้วมีความยาวเพียง 12 กม. แม้ถนนบางสายจะมีความกว้างถึง 20 เมตรก็ตาม หากหลับตานึกภาพบนท้องถนนสมัยนั้นมีรถยนตร์มาวิ่งท่ามกลางรถม้าและ รถลากคงเกิดความโกลาหลไม่น้อย
การกำเนิดรถยนต์ในประเทศไทยและการที่พระราชวงศ์ไทยสนพระทัยในเรื่องรถยนต์เป็นเรื่องที่อุบัติขึ้นแทบ จะเป็นเวลาเดียวกันกับช่วงเปลี่ยนศตวรรษเมื่อเริ่มมีการผลิตรถยนต์ในยุโรปและอเมริกาเหนือ รถยนต์คันแรกขึ้นบกที่ท่าเรืออู่บางกอก และมีการขับไปตามท้องถนนท่ามกลางสายตาของประชาชนที่เฝ้ามองอย่างพิศวง รถยนต์สมัยต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นรถยี่ห้อใด คันเกียร์และคันห้ามล้อ ติดตั้งอยู่นอกตัวถ้งด้านขวามือของผู้ขับ รถยนต์อันเป็นเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 20 เข้ามาเมืองไทยครั้งแรกเมื่อใดยังเป็นข้อถกเถียงไม่สิ้นสุด แต่เชื่อกันว่าเป็นชาวต่างชาติเป็นผู้สั่งเข้ามาเป็นคนแรก รถคันนี้มีลักษณะคล้ายกับรถบดถนนในปัจจุบัน มีล้อเป็นยางตัน หลังคาคล้ายปะรำ ที่นั่ง 2 แถว ใช้น้ำมันปิโตเลียมเป็นเชื้อเพลิงและรถมีกำลังเพียงวิ่งตามพื้นราบ ไต่ขึ้นเนินสะพานไม่ได้ การใช้งานของรถคันแรกจึงมีขีดจำกัดเพราะท้องถนนเมืองบางกอกเต็มไปด้วยสะพานข้ามคลองสูง เพื่อให้เรือลอดผ่านได้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญของรถยนต์ยุคนั้น

รถยนต์คันแรกสามารถปลุกเร้าความสนใจของคนไทยและคนต่างชาติได้เป็นอย่างดี ต่อมาไม่นานเจ้าของรถคันดังกล่าวก็ขายต่อให้จอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) ถือเป็นคนไทยคนแรกที่เป็นเจ้าของรถยนต์ ท่านจอมพลฯ ซื้อรถยนต์มาทั้งที่ขับไม่เป็นจึงต้องให้ท่านพระยาอนุทูตวาที (เข็ม แสงชูโต) น้องชายเป็นผู้ขับแทน เชื่อกันว่าพระยาอนุทูตวาทีเป็นคนไทยคนแรกที่ขับรถยนต์ได้ เนื่องจากเคยทำงานที่ประเทศอังกฤษจึงมีโอกาสได้ขับรถยนต์ ต่อมาก็สอนคนอื่นเรียนรู้การขับรถยนต์อย่างแพร่หลาย หลังการซื้อรถมาเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีได้มีโอกาสขับโลดแล่นไปตามท้องถนน เมืองบางกอกอยู่หลายปีก่อนที่รถคันแรกจะเสื่อมสูญไปตามกาล ยุคนั้นผู้ที่สั่งรถเข้ามาจะเป็นพระราชวงศ์เป็นส่วนใหญ่ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อปี 2411 พระองค์ทรงสนพระทัยเรื่องรถยนต์เป็นอย่างมาก และพระราชวงศ์หลายพระองค์ก็มีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติยานยนต์ของไทย ปี 2447 มีรถยนต์ 3 คันเข้ามาวิ่งในถนนบางกอก แต่ไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเป็นรถยนต์ยี่ห้ออะไรและใครเป็นเจ้าของ

ปีนั้นเองรัฐบาลเห็นความสำคัญเรื่องเทคโนโลยีใหม่ไม่น้อย โดยได้สั่งซื้อรถแวนแล่นได้เร็วถึง 10 ไมล์ต่อชั่วโมงเพื่อใช้ในการขนส่งทองแท่งเงินแท่งและเหรียญกษาปณ์หนักหนึ่ง ตัน ในพ.ศ. เดียวกันนั้น ขณะที่พระเจ้าลูกยาเธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ทรงประชวรและเสด็จรักษา พระองค์ที่กรุงปารีส ได้ทรงซื้อรถยนต์เดมเลอร์-เบนซ์หนึ่งคันซึ่งถือว่าเป็นรถที่ดีที่สุดในยุค นั้น เมื่อทรงเสด็จกลับแผ่นดินสยาม พระองค์ได้น้อมเกล้าฯ ถวายรถคันดังกล่าวแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นับเป็นรถยนต์พระที่นั่งคันแรกในประวัติศาสตร์ไทย และผู้ที่ทำหน้าที่สารถีก็คือกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์นั่นเอง รถยนต์หลวงคันที่ 2 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นเมอเซเดส-เบ็นซ์ ปี 2448 ได้รับพระราชทานนามว่า “แก้วจักรพรรดิ์” พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดปรานรถยนต์พระที่นั่งมากเพราะ มีความสะดวกสบายและเดินทางได้เร็วกว่ารถม้าพระที่นั่ง เมื่อทรงว่างจากพระราชกรณียกิจจะเสด็จไปที่ต่างๆ ด้วยรถยนต์พระที่นั่งคันดังกล่าวเสมอ ต่อมาทรงเล็งเห็นว่ารถคันเดียวไม่เพียงพอที่จะใช้งานตามพระราชประสงค์ พระองค์จึงตัดสินพระทัยที่จะซื้อรถยนต์พระที่นั่งอีกหนึ่งคัน เสด็จในกรมฯกรมหลวงราชบุรีฯ เป็นผู้แทนพระองค์ในการสั่งซื้อและทรงเลือกรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งเป็นรถนำเข้าโดยตรงจากประเทศเยอรมนี รุ่นปี 2448 เครื่องยนต์สี่ลูกสูบขนาด 28 แรงม้า วิ่งเร็ว 73 กม.ต่อชั่วโมง นับว่าเร็วมากในยุคนั้น

รถพระที่นั่งคันนั้นเกือบเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้เมื่อมาถึงคณะกรรมการตรวจรับ ช่วยกันเติมน้ำมันเบนซินใส่ถัง โดยไม่มีใครสังเกตเห็นละอองน้ำมันลอยฟุ้งไปถึงตะเกียงรั้วซึ่งแขกยามแขวนไว้ ในโรงม้าที่อยู่ใกล้ ๆ กว่าจะรู้ก็ต่อเมื่อน้ำมันเบนซินในปี๊บลุกเป็นไฟอย่างฉับพลัน ต้องช่วยกันใช้ฟ่อนหญ้าสำหรับม้ากินฟาดดับไฟ แขกโรงม้าต้องวิ่งไปเอาถังน้ำมาช่วยดับอีกแรง ทุกคนต้องอกสั่นขวัญแขวนเมื่อตรวจพบว่าเปลวไฟลวกสีรถเกรียมไปแถบหนึ่ง บานประตูใช้ไม่ได้อีกข้างหนึ่ง ผู้รับผิดชอบที่นำข่าวร้ายไปกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า อยู่หัวคือพระเจ้าลูกยาเธอกรมหลวงราชบุรีฯ ขณะที่ทรงประทับอยู่ที่สวนอัมพร ทรงนิ่งอึ้งชั่วครู่ ก่อนที่รับสั่งให้ซ่อมแซมความเสียหาย 2-3 สัปดาห์ต่อมารถซ่อมเสร็จ คณะกรรมการจึงนำรถมาถวายให้ทอดพระเนตรพระองค์ขึ้นประทับและทรงลองขับดูชั่ว ครู่ทรงรู้สึกว่าต้องพระราชหฤทัย ความนิยมในการใช้รถยนต์แพร่หลายในหมู่พระราชวงศ์และคหบดีในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงดำริว่า สมควรจัดงานเฉลิมฉลองสักครั้งหนึ่ง ดังนั้นปลายฤดูฝน วันที่ 7 ตุลาคม ปี 2448 จึงมีพระบรมราชโองการให้มีการชุมนุมพบปะกันของรถยนต์ครั้งแรกในเมืองบางกอก

ปรากฏว่ามอเตอร์โชว์ครั้งแรกของสยามมีรถยนต์ไปชุมนุมในบริเวณพระบรมมหาราช วังทั้งสิ้น 30 คัน พระองค์ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับเจ้าของรถทุกคน ครั้นเวลาบ่ายสี่โมงเย็นจึงเคลื่อนขบวนรถไปตามถนนสามเสนและเลี้ยวเข้าสู่สวน ดุสิตสองข้างทางมีผู้คนยืนเรียงรายชมขบวนด้วยความตื่นตาตื่นใจ ในวาระเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 56 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปี 2451 ทรงสั่งรถยนต์เข้ามาเป็นของขวัญพระราชทานให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการชั้นสูงเพื่อใช้ในราชการแผ่นดิน ทรงสั่งรถยนต์จำนวน 10 คันจากฝรั่งเศสเช่นเคยและทรงพระราชทานนามแก่รถยนต์แต่ละคันเช่นเดียวกับพระ ราชทานนามแก่รถยนต์แต่ละคันเช่นเดียวกับพระราชทานนามช้างเผือก เพื่อแสดงถึงฐานะและความมั่งคั่ง เวลาข้าราชบริพารพูดถึงรถจึงไม่เรียกชื่อรุ่นหรือยี่ห้อ แต่จะเรียกชื่อพระราชทานเป็นเรื่องสับสนสำหรับชาวต่างชาติที่ไม่รู้ภาษาไทย ว่าหมายถึงรถคันไหน ตัวอย่างนามพระราชทานเช่น แก้วจักรพรรดิ, มณีรัตนา, ทัดมารุต, ไอยราพต, กังหัน, ราชอนุยันต์, สละสลวย, กระสวยทอง, ลำพองทัพ, พรายพยนต์, กลกำบังและสุวรรณมุขี เป็นต้น

400 กว่าคัน .. ทั่วประเทศครั้งแรกของกฎหมายรถยนต์
เมื่อมีการใช้รถอย่างแพร่หลาย ถนนเมืองบางกอกเริ่มมีการประลองความเร็วกันจนฝุ่นตลบสร้างความเดือดร้อนให้ คนที่สัญจรไปมาเป็นอย่างมากอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อุบัติเหตุถึงชีวิตเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ปี 2448 แต่ก็ไม่ทำให้ความนิยมในการใช้รถถดถอยลง หนังสือพิมพ์บางกอกไทม์ในสมัยนั้นจึงมีข่าวอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรางไฟฟ้า พาดหัวไม้ให้อ่านแทบทุกวัน โดยคู่กรณีมีทั้งสองล้อ สามล้อและสี่ล้อ แม้กระทั่งรถยนต์ประสานงากับรถม้าหรือคนเดินเท้าจึงเป็นที่มาของกฎหมายจราจร ในเวลาต่อมา จำนวนรถยนต์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คนโกงก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว นอกจากมีการขโมยรถแล้วเจ้าของรถบางคนก็ใช้เล่ห์เลี่ยมขายรถแล้วกล่าวหาว่าคน ซื้อเป็นขโมย ต้องเดือนร้อนขึ้นโรงขึ้นศาล เพื่อยุติปัญหาดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้ตราพระราชบัญญัติรถยนต์ ฉบับแรกของไทยขึ้นเมื่อปี 2452 ให้มีผลบังคับใช้ในปีถัดมา พ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดให้เจ้าของรถจดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย และเสียค่าธรรมเนียมคันละ 10 บาท รถยนต์นั่งและรถบรรทุกในพระราชอาณาจักรที่มีการจดทะเบียนในเวลานั่นมีจำนวน ดังนี้ เมืองบางกอกและจังหวัดใกล้เคียงมี 401 คัน นครสวรรค์ 1 คัน นครศรีธรรมราช 2 คัน ภูเก็ต 2 คันและภาคเหนือ 6 คัน รถยนต์เริ่มเข้ามามีบทบาทเปลี่ยนโฉมหน้าเมืองบางกอกเป็นอย่างมาก ถนนที่เคยจอแจด้วยรถลากและรถม้าก็มีรถยนต์วิ่งไปมาทั้งวัน ในเวลาต่อมาถนนหลายสายก็ผุดขึ้น ป้อมปราการหลายแห่งเริ่มหายไป ประตูเมืองบางที่ถูกทุบเพื่อนำอิฐและเศษปูนมาปูเป็นถนน

กำเนิดธุรกิจรถยนต์รถอิมพอร์ตเฟื่องฟู
เมื่อมีผู้นิยมใช้รถมากขึ้น ร้านรวงในย่านการค้าเมืองหลวงเริ่มเปลี่ยนแปลงทุกสัปดาห์จะมีการขึ้นป้าย ประกาศเปิดกิจการของตัวแทนจำหน่ายรถยนต์รายใหม่ ส่วนใหญ่เจ้าของร้านมักจะเป็นคนต่างชาติที่เข้ามาหากินในเมืองไทย ซึ่งไม่ต่างกับธุรกิจคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันรถยี่ห้อใหม่ ๆ หลั่งไหลเข้ามาสนองความต้องการของลูกค้าผู้กระหาย
-จี.อาร์.อองเดร.ตั้งอยู่สี่กั๊กพระยาศรี ตัวแทนจำหน่ายของอดัม โอเพล แห่งรัสเซลส์ไฮม์
-บางกอก ทรัสต์ ลิมิเทด ตั้งอยู่ยานนาวา ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์นั่งของอาร์ม สตรอง ซิดลีด์,ไซเลนท์ ไนท์ และฟอร์ด และเป็นตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุก รถโดยสารของสตาร์ สโตร์ บริษัทนี้มีอู่ซ่อมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยรองรับรถได้ถึง 20 คัน
-กองตัวร์ ฟรองซัว ดือ เซียม ตั้งอยู่ถนนสี่พระยา จำหน่ายรถฝรั่งเศสหลายยี่ห้อ
-จอห์น เอ็ม. ดันลอป ตัวแทนจำหน่ายรถของบริษัทเจเนอรัล มอเตอร์ส จำกัด ของสหรัฐอเมริกา
-เอส.เอ.บี. ตั้งอยู่ถนนเจริญกรุง จำหน่าย รถแบลริโอต์ และมีอู่ซ่อมรถหลายยี่ห้อ
-สยาม อิมพอร์ท คัมปะนี เป็นตัวแทนจำหน่ายรถนาปิแอร์
-ส่วนรถเปอร์โยต์มีผู้จำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวคือ สยาม ฟอเรสต์ ทรัสต์ ลิมิเทด
-วินด์เซอร์ คัมปะนี เป็นตัวแทนจำหน่ายรถกาเกเนา มีอู่ซ่อมขนาดใหญ่เช่นกัน

ความนิยมการใช้รถทำให้เกิดธุรกิจมือสองตามมา ในปี 2450 โดยพระพิศาลสุขุมวิท โชคดีจับสลากชิงรางวัลรถยนต์ของชาวต่างชาติผู้หนึ่งเสมือนเป็นการขายทอดตลาดรถมือสอง

+ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C
+ http://www.chuansin.com/doctorcar/auto-history-1.html
+ http://www.car2t.com/news-20
+ http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=78407890c6b3191a
+ http://www.hanabika.com/bbs/archiver/?tid-1542.html

รถเสียอีกครั้ง

รถเสีย ไม่ถึงกับเป็นหมื่น
รถเสีย ไม่ถึงกับเป็นหมื่น

19 ก.พ.54 รถเสียในหลายครั้ง รู้สึกไม่โชคร้ายไปซะทั้งหมด เพราะเวลา และสถานที่ของเหตุการณ์รถเสียครั้งนี้ หรือที่ผ่านมาไม่ส่งผลร้ายต่อการดำเนินชีวิตมากนัก ถ้ารถไปเสียอยู่กลางดอยที่ห่างไกลผู้คน ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ คงหาช่างซ่อม หรืออู่ที่รู้จักในบริเวณนั้นได้ยาก ถ้ารถเสียบนทางด่วน บนสะพาน อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ถ้าเสียในวันที่มีนัดหมายสำคัญ เช่น รับเจ้าสาวไปงานแต่งงาน ในวันสอบเข้าทำงาน หรือนัดประชุมกับนายกรัฐมนตรีก็คงแย่แน่
วันนี้รถเสียใจกลางเมือง ต้องเข็น ก็มีพลเมืองดีมาช่วยเข็น มีที่จอดรถ และมีเพื่อนร่วมงานมารับไปทำงานต่อ เพราะมีประชุมสำคัญที่ไม่น่าพลาด และมีคนที่บ้านทำหน้าที่หาช่างมาซ่อมรถ แล้วทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี แต่ค่าซ่อมรถกว่า 3000 บาทก็ยังพอรับได้ เพราะถ้าปีกนกเสียร่วมยางสึก และมีอาการอื่นผสมโรงอาจเสียเป็นหมื่นก็ได้

โชค โลภ พรสวรรค์ กับพรแสวง


18 ก.พ.54 ภาพยนตร์เรื่อง Intacto ปี 2001 เล่าเรื่องของการเดิมพันที่เกี่ยวกับโชค และความโลภ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโชค หรือพรสวรรค์นั้นเป็นเรื่องจริง มาวันนี้ได้ชม คำว่า “intacto” เป็นภาษาสเปน มีความหมายเหมือน  untouched และว่าพิสูจน์ไม่ได้ ภาพยนตร์เรื่อง 13 ปี 2010 เล่าเรื่องของการเดิมพันที่เกี่ยวกับโชค และความโลภ .. สิ่งที่ผมเห็นความแตกต่างจากภาพยนตร์ 2 เรื่องนี้ คือ ความเชื่อว่าจริง และไม่จริง เพราะเรื่องที่สองเชื่อว่าโลกเราไม่มีคำว่าโชค เป็นเรื่องโกหก อีกเรื่องเชื่อว่าโชคนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ผมเชื่อว่าความบังเอิญนั้นมีจริง มนุษย์ในปัจจุบันยังเชื่อกันว่า ผู้ที่ถูกรางวัลที่หนึ่งนั้นเป็นคนโชคดี ทำบุญมามาก .. ความฝันของคนเราคือ อยากมีโชค ทำให้เกิดประเด็นนำเสนอชีวิตของผู้คนที่แขวนไว้กับคำว่าโชค และใช้โชคเป็นตัวนำวิถีการดำเนินชีวิต
+ http://www.imdb.com/title/tt0220580/
+ http://www.imdb.com/title/tt0798817/

2 ปี เปลี่ยนผู้บริหาร 5 คน

เพลง กลัวเธอเปลี่ยนไป

13 ก.พ.54 เข้าร่วมฟังเวทีสาธารณะ เรื่อง “ลำปาง…เหงามาก” ที่สวนเขลางค์นคร ผู้ร่วมเสวนาในเวทีบอกว่า 2 ปีมีผู้บริหารจังหวัดลำปาง หรือที่เราเรียกว่าผู้ว่าราชการจังหวัด เปลี่ยนถึง 5 คน คงไม่มีที่ไหนทำลายสถิตินี้ได้ ถ้านับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2551 ถึง 1 ตุลาคม พ.ศ.2553 พบว่า ท่านแรกคือ  1) นายดิเรก ก้อนกลีบ ออก 19 ตุลาคม พ.ศ.2551 2) นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ออก 15 มีนาคม พ.ศ.2552 3) นายสมบูรณ์ ศรีพัฒนาวัฒน์  ออก 30 กันยายน พ.ศ.2552  4) นายศุภกิจ บุญญฤทธิพงษ์ ออก 30 กันยายน พ.ศ.2553 5) นายอธิคม สุพรรณพงศ์ เข้ารับตำแหน่ง 1 ตุลาคม พ.ศ.2553

ประเด็นที่น่าสนใจคือ คำว่าการเปลี่ยนแปลง (Change) ย่อมนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า หรือมีคำกล่าวว่า “สิ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลง คือการเปลี่ยนแปลง”
http://www.lampang.go.th/govlp.htm
http://www.thaiall.com/blogacla/admin/139/

วันนี้ที่รอคอย

http://www.youtube.com/watch?v=LosZlguUBXU

เป็นเพลงที่ให้กำลัง : ฟังแล้ว เหมือนตัวเองเป็นเจ้าชายเลยครับ

วันนี้ที่รอคอย .. เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์

Gmดนตรี 6 Bars..4…5…6…

เกิด มาชาตินี้ ด้วยศักดิ์ศรี อันยิ่งใหญ่
กลับต้องปราชัย ถูกปองร้าย หักหลัง
เปลี่ยนทางชีวิต ให้อับจน หมดหนทาง
ต้องจากบัลลังก์ เร่ร่อนมา
..อยู่ ถึงแห่งไหน ยังถูกภัยคอยคุกคาม
จนต้องซมซาน ยังไม่มี จุดหมาย
ชาติกำเนิดชีวิต ต้องคอยปิดบังไว้
คอยวันที่เลวร้าย นั้นพ้นผ่าน
….ชีวิต ทั้งชีวิต แทบอับปาง กลางคลื่นลม
เหมือน พายุ ที่คอยโหม อยู่เรื่อยไป
เฝ้า แต่หวัง ใครสักคน คอยให้กำลังใจ
ให้สู้ ฝ่าฟัน เรื่อยมา
….จาก ผู้หลบหนี แทบไม่มี ที่ให้อยู่
สู้ มาด้วยมือ และใจ เท่านั้น
สร้าง สิ่งที่หวัง ให้กลับจริง ขึ้นทุกวัน
จนได้พานพบ วันที่ดี
..เมื่อ ถึงวันนี้ วันที่คอย มาแสนนาน
วันที่เปิดเผย ชีวิตจริง ที่มี
ขอคนหนึ่งเท่านั้น เคียงข้างกันอยู่อย่างนี้
คือ วันนี้ ที่รอคอย
….ชีวิต ทั้งชีวิต แทบอับปางกลางคลื่นลม
เหมือนพายุที่คอยโหม อยู่เรื่อยไป
เฝ้า แต่หวังใครสักคน คอยให้กำลังใจ
ให้สู้ ฝ่าฟัน เรื่อยมา
ดนตรี 13 Bars..11…12…13…

ชีวิต ทั้งชีวิต แทบอับปางกลางคลื่นลม
เหมือน พายุที่คอยโหม อยู่เรื่อยไป
เฝ้า แต่หวัง ใครสักคน คอยให้กำลังใจ
จนถึง วันนี้ ที่รอคอย..

บอกมาคำเดียว

http://www.youtube.com/watch?v=CDG9BsaKaiU

อยากรู้ดำรู้แดง : แบบคาดคั้น เอาอย่างไรก็ว่ามา

เพลง บอกมาคำเดียว – ไมโคร

ฉันเป็นแค่เพียงคนที่เธอเคยอยากมี แค่คนที่เธอเคยต้องการ
ฉันเป็นแค่คนหนึ่ง ซึ่งเธอนั้นเคยพอใจ

ถามใจของเธอดูอีกทีให้แน่นอน ว่ายังต้องการกันอีกไหม
ถ้ายังต้องการอยู่ แล้วใยไม่ดูแล แล้วใยไม่แคร์กันเลย

เบื่อก็บอกกัน ก็ทิ้งกันไปเถอะ ก็ใครจะไปห้ามไว้
อาจจะยังดีกว่าปล่อยไว้อย่างนี้

บอกมาเลยว่าคิดยังไง จะอยู่หรือไปก็บอกมา
บอกมาเลยอย่าเสียเวลา บอกฉันมาได้เลย
บอกมาเลยว่าคิดยังไง จะอยู่หรือไปก็บอกมา
บอกมาเลยอย่าเสียเวลา บอกฉันมาคำเดียว

ถามใจของเธอดูอีกทีให้แน่นอน ว่ายังต้องการกันอีกไหม
ถ้ายังต้องการอยู่ แล้วใยไม่ดูแล แล้วใยไม่แคร์กันเลย

เบื่อก็บอกกัน ก็ทิ้งกันไปเถอะ ก็ใครจะไปห้ามไว้
อาจจะยังดีกว่าปล่อยไว้อย่างนี้

บอกมาเลยว่าคิดยังไง จะอยู่หรือไปก็บอกมา
บอกมาเลยอย่าเสียเวลา บอกฉันมาได้เลย
บอกมาเลยว่าคิดยังไง จะอยู่หรือไปก็บอกมา
บอกมาเลยอย่าเสียเวลา บอกฉันมาคำเดียว

ฉันเป็นแค่เพียงคนที่เธอเคยอยากมี แค่คนที่เธอเคยต้องการ
ถ้ายังต้องการ อยู่แล้วใยไม่ดูแล แล้วใยไม่แคร์กันเลย

บอกมาเลยว่าคิดยังไง จะอยู่หรือไปก็บอกมา
บอกมาเลยอย่าเสียเวลา บอกฉันมาได้เลย
บอกมาเลยว่าคิดยังไง จะอยู่หรือไปก็บอกมา
บอกมาเลยอย่าเสียเวลา บอกฉันมาคำเดียว

เพลง ฉันไม่ดีหรือเธอมีรักใหม่

http://www.youtube.com/watch?v=if-XlrD_CEI

ด้วยความอยากรู้ : ไปไหนไม่บอกกันเลย .. ช่วยบอกฉันที

เพลง ฉันไม่ดีหรือเธอมีรักใหม่ อากิระ (เอก สุรเชษฐ์)

เธออยู่อยู่ก็หายไป ไม่เคยอธิบาย
ทำไมใจร้ายกับฉันเหลือเกิน
ปล่อยฉันให้อยู่กับน้ำตา
อดีตอีกมากมาย
ที่มีอยู่เต็มในห้องนี้ของเรา
รูปเธอที่เห็นยิ่งมองยิ่งช้ำ
ฉันเหมือนหัวใจถูกกรีดให้เป็นแผลทุกวัน
เพราะว่าอะไรไม่รู้เลย ที่ทำร้ายกัน
ฉันมันไม่ดีหรือเธอไปมีรักใหม่
หรือเธอไปไหนเมื่อไหร่จะย้อนคืนมา
คนที่อยู่ตรงนี้คิดถึงจนมีน้ำตา
ยังรักยังรอแต่เธอทุกคืน
เธอยังจะกลับมาใช่ไหม
ช่วยรับช่วยตอบกับฉันที
อย่าทำอย่างนี้เลย
อย่าทรมาณใจกันเลยนะเธอ
รูปเธอที่เห็นยิ่งมองยิ่งช้ำ
ฉันเหมือนหัวใจถูกกรีดให้เป็นแผลทุกวัน
เพราะว่าอะไรไม่รู้เลย ที่ทำร้ายกัน
ฉันมันไม่ดีหรือเธอไปมีรักใหม่
หรือเธอไปไหนเมื่อไหร่จะย้อนคืนมา
คนที่อยู่ตรงนี้คิดถึงจนมีน้ำตา
ยังรักยังรอแต่เธอทุกคืน
เธอยังจะกลับมาใช่ไหม
ฉันมันไม่ดีหรือเธอไปมีรักใหม่
หรือเธอไปไหนเมื่อไหร่จะย้อนคืนมา
คนที่อยู่ตรงนี้คิดถึงจนมีน้ำตา
ยังรักยังรอแต่เธอทุกคืน
เธอยังจะกลับมาใช่ไหม

เพลง เงียบเงียบคนเดียว

http://www.youtube.com/watch?v=Ag_Qbvq3JOs

ไม่อยากรู้แล้ว : ถ้าจะทิ้งกัน .. เฉย ๆ ไปเลยดีกว่า เขาว่าอย่างนั้น

เพลง เงียบเงียบคนเดียว – ธงไชย แมคอินไตย์

อย่ามาให้เจอ อีกเลย
เฉยเฉย ไปเลย ดีกว่า
เจ็บเกินไป ที่จะคบหา
ไม่อยากจะมอง เห็นหน้าใครใคร
ไปไกลไกลให้ห่าง กัน
เห็น แล้วฉันยิ่งเจ็บใจ
ไม่ อยากจะได้ยินอะไร
จากเธอ ฉันไม่อยากฟัง
อยากจะมองฟ้า ที่ว่างเปล่า
เหงาเหงา คนเดียว ลำพัง
ให้รอยร้าว มันเจือ
จางให้ใจมันดี กว่านี้บ้าง
อยากให้เธอ นั้นลืม ทุกสิ่ง
และทิ้งฉันไว้ ลำพัง
ฉันต้องการ ทบ ทวน บางอย่าง
อยากอยู่ เงียบเงียบ คนเดียว

กับเธอฉันคง ไม่มี
ไม่เหลืออะไรสักอย่าง
เมื่อเราเดิน อยู่คนละทาง
ก็อย่าตอกย้ำ ให้ช้ำเกินไป
เธอจะเดินไปจากฉัน ฉันก็เสียทุกอย่างไป
โปรดอย่าบอก ว่าเพราะอะไร
อย่าเลย ฉันไม่อยากฟัง
อยากจะมองฟ้าที่ว่างเปล่า
เหงาเหงา คนเดียว ลำพัง
ให้รอยร้าว มันเจือจาง ให้ใจมันดีกว่านี้บ้าง
อยากให้เธอนั้นลืมทุกสิ่ง และทิ้งฉันไว้ ลำพัง
ฉัน ต้องการ ทบ ทวน บางอย่าง
อยากอยู่ เงียบเงียบ คนเดียว
ใครจะดี จะร้ายยังไง ฉันไม่ต้องการฟัง
อยากจะปลดปล่อยทุกทุกอย่าง
อยากอยู่ลำพัง อยากอยู่คนเดียว
อยากจะมองฟ้าที่ว่างเปล่า
เหงาเหงา คนเดียว ลำพัง
ให้รอยร้าว มันเจือจาง ให้ใจมันดีกว่านี้บ้าง
อยากให้เธอนั้นลืมทุกสิ่ง และทิ้งฉันไว้ ลำพัง
ฉัน ต้องการ ทบ ทวน บางอย่าง
อยากอยู่ เงียบเงียบ คนเดียว

เวทีสาธารณะ ลำปาง .. เหงามาก

เวทีสาธารณะ ลำปางเหงามาก
เวทีสาธารณะ ลำปางเหงามาก

13 ก.พ.54 เวทีสาธารณะ เรื่อง “ลำปาง…เหงามาก” เวลาบ่าย 4 โมงเย็น ที่ลานแสดงกลางแจ้ง สวนสาธารณะเขลางค์  มีตัวแทนหลายภาคส่วนร่วมเวทีได้แก่ โกแดง อ.ไพโรจน์ โกคำ และ ดีเจ มีประเด็นมากมายเป็นข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไขแก่ประชาชน และส่วนราชการ อาทิ รถม้า เขื่อน ช้าง ถนน การท่องเที่ยว สื่อ

+ http://www.facebook.com/album.php?aid=190100&id=814248894

ปีที่ยอดขาย ferrari สูงสุดในจีน

ferrari : super car
ferrari : super car

999th Ferrari delivered in Shanghai today as Italian firm marks Chinese sales success.

“Ferrari is celebrating its best year of sales in China with a special celebration in Shanghai. The Italian firm sold almost 300 cars in China in 2010, and marked the occasion by bringing together more than 15 Ferraris in front of the Oriental Pearl Tower in Shanghai.

The firm also marked the delivery of a 458 Italia to its 999th Chinese Ferrari customer, Johnson Zhang. In China the number nine – ‘jiu’ – is a symbol for longevity and excellence, hence why the firm elected to mark its 999th Chinese client.

Ferrari CEO Amedeo Felisa was in attendance, adding, “For Ferrari, China represents the present and the future. It is a great country where we continue to invest. I’m convinced that in a couple of years, we’ll reach sales of 500 cars per year, a number equal to established European markets.”

Tellingly, many young Ferrari owners under the age of 40 attended the event. Most are new entrepreneurs who represent the major growth demographic for the Italian firm’s future cars.

Ferrari has been working to ensure it retains a high profile in China. Just over a year ago the artist Lu Hao created a unique 599 GTB art car, while the Ferrari HY-KERS made its global debut at the Shanghai World Expo.”

http://www.autoexpress.co.uk/news/autoexpressnews/262183/ferrari_marks_sales_success_in_china.html

http://www.teamspeed.com/forums/modern-day-classics-ferrari-general-news/53323-ferrari-marks-sales-success-china.html

ใช้ข้อมูลนี้อ้างอิงการเขียนบทความเรื่อง super car
http://www.thaiall.com/opinion/readonly.php?view=484